ความเลื่อมใสเชื่อมั่น ตลอดทั้งชีวิตจิตใจของชาวพุทธเมืองไทย
ฝากฝังไว้แก่พระพุทธศาสนาอย่างหนักแน่นไม่แปรผัน ยึดมั่นนับถือพระรัตนตรัย
ด้วยเห็นว่าสามารถช่วยเหลือทำให้จิตใจผ่องใส
และทั้งอาจดลบันดาลขจัดปัดเป่าป้องกันภยันตราย และอำนวยความสุขลาภผลให้ได้
พระพุทธรูปในประเทศไทยมีนับจำนวนเป็นแสน ๆ องค์ แต่พระพุทธรูปทั้งหลายก็หามือ
อภินิหารเหมือนกันไม่ ในจำนวนพระพุทธรูปที่ประชาชนยอมรับนับถือด้วยความเคารพบูชา
จนถึงกับนานนามยกย่องว่า เป็นหลวงพ่อ หรือเปรียบเสมือนเป็นพ่อของคนทั้งเมือง
ก็มีบ้างเป็นบางแห่งบางวัดไม่ทั่วไป โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสงครามนี้
มีพระพุทธปฏิมากรณ์เป็นพ่อบ้านเมืองยกย่องนับถือถวาย นามว่าหลวงพ่อ คือ
หลวงพ่อบ้านแหลม” เป็นที่เคารพสักการะบูชา

หลวงพ่อวัดบ้านแหลม เป็นพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตร
หล่อด้วยทองเหลืองแบบสมัย สุโขทัยตอนปลาย ภายในโปร่งขนาดส่วนสูง  170 เซนติเมตร
ประดิษฐานยืนอยู่บนแท่น ภายในพระอุโบสถวัดบ้านแหลม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
ตามประวัติที่จารึกกล่าวไว้ว่า หลวงพ่อได้ล่องลอยน้ำลงมาจากทางเหนือพร้อมกัน 3 องค์
แสดงอภินิหารให้ผู้คนเห็นมาตลอดลำแม่น้ำเจ้าพระยา และ ครั้งหนึ่ง
ได้ล่องลอยมาถึงบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตอนสามเสน
ประชาชนสามแสนกว่าคนประสงค์ที่จะนิมนต์หลวงพ่อขึ้นบนฝั่ง
ช่วยกันเอาเชือกผูกมัดองค์หลวงพ่อแล้วช่วยกันฉุดลากแต่ก็ไม่สามารถจะนำหลวงพ่อขึ้นฝั่งได้
และท่านก็จมน้ำหายไปจากที่นั้น

ต่อจากนั้นท่านก็ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ผุดให้คนเห็นในที่ต่าง ๆ
กันเรื่อยมาจนในที่สุดก็ได้มาประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญอยู่ใน
พระอุโบสถวัดบ้านแหลมนี้จนกระทั่งปัจจุบันวัดบ้านแหลมเดิมชื่อว่าวัดศรีจำปา
เป็นวัดที่เก่าแก่สร้างมานานคำนวณไม่ได้ว่ามี อายุประมาณสักเท่าใด
วัดศรีจำปามีมาก่อนที่จะได้หลวงพ่อบ้านแหลมมาประดิษฐาน
เมื่อหลวงพ่อมาประดิษฐานอยู่แล้วจึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อวัดบ้านแหลม

ตำนานเดิมกล่าวว่าชาวบ้านแหลม
ซึ่งอยู่ปากอ่าวจังหวัดเพชรบุรีได้พากันมาตีอวนจับปลาในทะเล
ในขณะที่ลากอวนจับปลาอยู่นั้น ได้ลากพระพุทธรูปติด
อวนขึ้นมา 1 องค์
ต่างพากันดีใจมากกว่ามาจับปลา
แต่กลับมาได้พระพุทธรูปเห็นว่าคงจะเป็นลาภอันใหญ่หลวงแล้ว
จึงได้อาราธนาพระพุทธรูปนั้นขึ้นบนเรือ แล้วพากันล่องกลับจากทะเล
ในระหว่างทางคงจะเป็นด้วยบุญบารมีของชาวบ้านแหลม
คนในเรือคนหนึ่งได้แลเห็นพระเกศของพระพุทธรูปลอยปริ่ม ๆ น้ำ
อยู่ไม่ไกลจากเรือที่แล่นอยู่เท่าใดนัก จึงร้องบอกให้ทุกคนทราบ แล้วเทียบเรือเข้าไป
ทุกคนต่างปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบพระพุทธรูปหล่อด้วยทองเหลืองแต่ล่องลอยอยู่ในกระแสน้ำได้
ต่างพากันกราบนมัสการด้วยความเลื่อมใสในอภินิหารและอิทธิฤทธิ์ที่ได้พบเห็น

ต่อจากนั้นก็ได้อาราธนาขึ้นบนเรือ อีกลำหนึ่ง
แล้วพากันแล่นเรือกลับด้วยความดีใจเป็นที่สุด
ครั้นเรือแล่นมาถึงแม่น้ำแม่กลองตอนหน้าวัดศรีจำปา
ได้เกิดอาเพทคล้ายกับว่าหลวงพ่อประสงค์ ที่จะอยู่วัดนี้
จึงทำให้ฝนตกหนักลมพายุพัดจัดลืมหูลืมตาไม่ขึ้น
เรือลำที่หลวงพ่อบ้านแหลมประดิษฐานอยู่
ทนคลื่นลมไม่ไหวประคองตัวไม่อยู่เรือเอียงวูบไป
หลวงพ่อที่อยู่บนเรือจึงเคลื่อนตกจมหายลงไปในแม่น้ำ
ชาวประมงบ้านแหลมพากันตกใจและเสียดายมาก
ต่างช่วยกันเพียรดำค้นหาอยู่หลายวันจนอ่อนใจ ก็ไม่พบตกลงไม่ค้นหากันต่อไปอีก
จึงนำพระพุทธรูป องค์ที่เหลืออยู่ไปยังถิ่นของตน
และนำพระพุทธรูปองค์นั้นไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี

กาลต่อมาชาวบ้านศรีจำปาต่างก็ช่วยกันลงดำค้นหาหลวงพ่อที่จมอยู่นั้น
เป็นด้วยเพราะอภินิหารของหลวงพ่อที่จะอยู่เป็นมิ่งขวัญของชาวบ้านศรีจำปา
จึงทำให้ชาวบ้านศรีจำปาพบและอาราธนานำไปประดิษฐานไว้
ที่วัดศรีจำปา ชาวประมงบ้านแหลมครั้นรู้ข่าวเข้าว่า
ชาวบ้านศรีจำปาได้พระของตนที่จมน้ำนั้นแล้ว ก็ยกขบวนกันมาขอพระคืน
แต่ชาวบ้านศรีจำปาไม่ยอมให้จนเกือบจะเกิดศึกกลางวัดขึ้น
แต่ด้วยอภินิหารของหลวงพ่อบ้านแหลม และการมีเหตุผล
ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
ก็ประสานสามัคคีตกลงปรองดองกันได้
ทางฝ่ายชาวประมงบ้านแหลมก็ยินยอมยกพระพุทธรูปที่ชาวบ้านศรีจำปางมได้ประดิษฐานอยู่ที่วัด
ศรีจำปาตาม
แต่ต้องเปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่ ให้ชื่อว่า “วัดบ้านแหลม
เพื่อให้เป็นอนุสรณ์ที่ชาวบ้านแหลมได้พระพุทธรูปมาที แรก
ตั้งแต่นั้นมาวัดศรีจำปา
จึงได้นามว่าวัดบ้านแหลม มาจนทุกวันนี้

ตามประวัติ หลวงพ่อบ้านแหลม
เมื่อคราวที่ไปลอยวนอยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนสามเสน นั้น
ประชาชนสามแสนกว่าคนประสงค์จะอาราธนานิมนต์
หลวงพ่อขึ้นฝั่งช่วยกันเอาเชือกพรวนผูกมักแล้วช่วยกันฉุดลากก็ไม่สามารถนำหลวงพ่อขึ้นฝั่งได้
แล้วหลวงพ่อก็แสดงปาฏิหาริย์จมน้ำหายไปทั้ง 3 องค์

ต่อมา ทราบว่าองค์หนึ่งได้ขึ้นไปประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธร คือ
หลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา อีกองค์หนึ่งไปขึ้นประดิษฐานอยู่ที่วัดบางพลีใหญ่ใน
คือ หลวงพ่อโต จังหวัดสมุทรปราการ ตามที่ท่านแสดงปาฏิหาริย์จมน้ำหายไปครั้งนั้น
หลวงพ่อได้แสดงอภินิหารให้เห็นว่า
ถ้าท่านไม่ประสงค์จะอยู่ในที่ใดแล้วให้มีคนมากกว่า
สามแสนคนมาฉุดดึงท่านก็ไม่รับนิมนต์
แต่พอถึงที่หน้าวัดบ้านแหลมท่านก็ยอมขึ้นแต่โดยดี
มิต้องใช้เชือกมัดหรือใช้ผู้คนมากมาย ไม่ต้องฉุดดึงเพียงแต่เจ้าอาวาสในสมัยนั้น
กับชาวบ้านเพียงไม่กี่คนอาราธนาอัญเชิญหลวงพ่อถูกต้องตามพิธีการ
ท่านก็รับนิมนต์ยอมขึ้นมาประดิษฐานอยู่ประจำวัดเป็นมิ่งขวัญตลอดมา
จนกาลปัจจุบัน

เมื่อได้หลวงพ่อมาแล้ว
ชาวบ้านก็ได้อาราธนานำท่านไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ วัดบ้านแหลม
และทำพิธีจัดงานสมโภชฉลององค์หลวงพ่อกัน
อย่างครึกครื้น
แล้วพากันขอความศักดิ์สิทธิ์จากหลวงพ่อให้ช่วยคุ้มคร องปกปักรักษาไม่เว้นแต่ละวัน
หลวงพ่อวัดบ้านแหลม มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือของประชาชน
ความศักดิ์สิทธิ์ประการใดบ้างนั้น เหลือที่จะพรรณาให้ละเอียดได้มีผู้เล่าให้ฟังว่า
สมัยก่อนเมื่อผู้ใดได้รับความเจ็บป่วย หรือทุกข์ร้อนประการใด
ก็มากราบนมัสการบนบานต่อหลวงพ่อ
ความเจ็บป่วยหรืออาการทุกข์ร้อนนั้นก็พลันหายไปหรือไ
ม่ก็ทุเลาเบาบางลงจนเป็นที่นับถือของประชาชนทั่วไปแม้แต่ชาวจีนที่เข้ามา
พึ่งบรมโพธิสมภารก็พากันนับถือเป็นอันมาก พากันมาเซ่นไหว้ในวันสำคัญของจีน
หรือในวันอื่น ๆ แล้วแต่โอกาสเสียงจุดประทัดบูชาดังสนั่นหวั่นไหว
พวกละครชาตรีหรือละครไทยและงิ้ว ที่ประชาชนหามาแสดงจะพบเห็นอยู่เสมอ
กล่าวกันว่าพวกละครหรืองิ้วที่แสดงถวายนี้
ถ้าไม่รำถวายมือหลวงพ่อวัดบ้านแหลม เสียก่อน
บางคนถึงกับชักดิ้นชักงอหรือมีอันเป็นไปต่างๆ

จึงเลยเกิดเป็นธรรมเนียมประเพณีว่า ก่อนจะแสดงเรื่องราวต่าง ๆ
ต้องรำถวายมือต่อหลวงพ่อเสียก่อนเป็นการสักการะ
และครั้งหนึ่งชาวจีนได้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแ
รงกล้าในความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารของหลวงพ่อ ได้พากันนำงิ้วมาแสดงถวาย
ประชันกันถึง 5 โรง บางคนป่วยหนักหมดหวังในชีวิต หมอละทิ้งไม่มีผู้ใดรับรักษาพยาบาล
ก็มาขอบารมีหลวงพ่อให้ช่วยชีวิต โดยรับเอาน้ำมนต์
ดอกไม้ที่บูชาหลวงพ่อเอาไปรับประทานและพอกทา
อาการป่วยก็หายวันหายคืนและกลับเป็นปกติก็มีอยู่หลาย รายบางคนตกทุกข์ได้ยาก
เป็นถ้อยร้อยความไปบนบานปิดทองนมัสการ ขอให้หลวงพ่อช่วย
หลวงพ่อก็ช่วยเหลือได้สมประสงค์
ด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อวัดบ้านแหลมมีมากมายจนประชาชนยกย่อง
เป็นพ่อบ้านพ่อเมือง มีอภินิหารปกป้องคุ้มครองประชาชนทุกผู้ทุกนาม
เป็นที่สักการะบูชา เป็นมิ่งขวัญของชาวเมืองสมุทรสงครามมาจนตราบเท่าทุกวันนี้

งานนมัสการหลวงพ่อวัดบ้านแหลม

วัดบ้านแหลมนี้มีงานนมัสการหรืองานเทศกาล 2 ครั้ง คือ

1. งานสงกรานต์เดือน 5 มีงานรวม 6 วัน 6 คืน เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 13-18 เมษายน
ของทุกปี

2. งานวันสารท เดือน 11 มีงานนมัสการหลวงพ่อ 4 วัน 4 คืน
มีประชาชนทั้งใกล้และไกลไปนมัสการหลวงพ่อกันอย่างคับ
คั่งพระพุทธปฏิมาอัน
สำคัญที่ทรงอภินิหารและทรงศักดิ์สิทธิ์นั้น
ถ้าจะกล่าวกันไปแล้วก็ยังมีอีกเป็นจำนวนหลายวัดตามจังหวัดและอำเภอต่าง ๆ
ทั่วประเทศทั้งในเมืองและ
ตามชนบทถ้าจะทบทวนนับจาก หลวงพ่อโต จังหวัดสมุทรปราการ
หลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา หลวงพ่อวัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม
แล้วก็เห็นจะมีพระพุทธปฏิมากรที่สำคัญอีก 2 องค์ นั้นคือ หลวงพ่อวัดเขาตะเครา
จังหวัดเพชรบุรี หลวงพ่อวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม

ซึ่งนับว่าเป็นหลวงพ่อที่ทรงอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ดุจเดียวกัน
เพราะมีพุทธศาสนิกชนประชาชนพากันมาสักการะบูชากันมาก มายเนืองแน่นไปหมด
เมื่อเวลามีงานสมโภชตามเทศกาล และตามจดหมายเหตุประวัติความเป็นมาอันเก่าแก่ดั้งเดิ
มของทางวัด ก็ได้แจ้งไว้ว่าท่านได้ปาฏิหาริย์ลอยน้ำมาเช่นเดียวกัน
ถึงกับบางท่านได้สรุปรวมความว่าเป็นพระพี่น้องกัน

ซึ่งก็สามารถจัดเป็นเช่นนั้นได้
เพราะท่านมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มีความศักดิ์สิทธิ์สามารถ
ปกป้องคุ้มครองรักษาประชาชนที่เคารพนับถือสักการะบูชาท่านรักษาโรคภัยไข้เจ็บภัยพิบัติต่าง
ๆ ให้หายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ถ้าหากจะนับรวมกันอย่างที่ทราบกันมาว่า
พระพุทธรูปที่ปฏิหาริย์ลอยน้ำมา ก็คงจะมี 5 องค์ดังนี้ ซึ่งตรงกับคำว่า
พุทธปัญจะภาคี ปาฏิหาริย์กระสินธุ์โน”
พอดี

แต่ส่วนประวัติความเป็นมานั้นทุกท่านต้องศึกษาถึงมูลเหตุพุทธประวัติอัน
ลึกซึ้งของแต่ละองค์ ตามจดหมายเหตุประวัติและคำบอกเล่าของแต่ละที่กันเอง
ซึ่งทุกองค์ก็มีความสำคัญมาก เช่นเดียวกันเพราะพระพุทธปฏิมาอันศักดิ์สิทธิ์นั้นเป
็นที่เคารพนับถือสักการะบูชาเป็นศูนย์รวมจิตใจอันผ่อ งใสเชื่อมั่นของประชาชน
สาธุชนทั่วไปและตามความเป็นจริงแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ
ในสากลพิภพยังมีอยู่อีกมากมายเหลือที่จะคณานับได้
ดั่งจะเห็นได้ว่ามีข่าวคราวปากฏขึ้นที่นั่น ที่นี่ตามกาลอันควรตลอดมาอยู่บ่อย ๆ
ครั้ง พระพุทธปฏิมากร ที่สำคัญ ๆ
ที่มีอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ก็มีปรากฏอยู่มากมา ยตามวัดต่าง ๆ
แต่ละจังหวัดแต่ละอำเภอกระจายทั่วไปทั้งประเทศเพื่อแผ่บารมีและพุทธคุณปกป้องคุ้มครองสาธุชน
ประชาชน ผู้ประพฤติปฏิบัติแต่ในสิ่งที่ดีงาม
ปกป้องประเทศชาติให้คงอยู่เป็นไทยมาจนทุกวันนี้ ก็ด้วยบุญบารมีพระพุทธคุณ
พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และสิ่งต่าง ๆ ซึ่งทรงอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งทุกคนหรือบางคนได้ประสบมาด้วยตนเอง
หรือจากคำบอกเล่าจดหมายเหตุๆอันเป็นประวัติแต่ดั้งเด ิมมา
ประเทศของเราจึงจัดได้ว่าเป็นประเทศที่นับว่าร่มเย็น
เป็นสุขตามควรภายใต้พระบรมโพธิสมภาร อันมีสิ่งยึดเหนี่ยวที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์
นั่นคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นสิ่งที่ทุกคนเทิดทูนเหนือเศียรเกล้า
เคารพสักการะบูชายึดมั่นหยั่งลึกฝังอยู่ในจิตใจของทุกคนชาวพุทธศา
สนิกชนชาวไทยทั้งชาติทุกคนตลอดมา และจะยั่งยืนตลอดไปอีกจนชั่วกาลนาน

คำอาราธนาหลวงพ่อวัดบ้านแหลม

สะทา วะชิระสะพุททะวะวะ วิหารเร
ปติฏฐิตัง นะระเทโวหิ ปูชิตัง
ปัตตะหัตตัง
พุทธรุปัง อะหัง วันทามิ ทูระโต
คาถาหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
นะมะ
ระอะ นะ เท วะ อะ

หลวงพ่อบ้านแหลม